dark mode light mode Search
Search

5 แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในจังหวัดชิกะ

ชิกะเป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคคันไซทว่าหลายคนอาจไม่คุ้นหูนัก แต่หากพูดถึงทะเลสาบบิวะหลายคนกลับร้อง อ๋อ! ออกมาในทันทีเพราะชื่อนี้คือทะเลสาบใหญ่อันงดงามและเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย แต่นั่นล่ะ! แท้ที่จริงแล้วทะเลสาบบิวะแห่งนี้ก็คือทะเลสาบที่อยู่ในจังหวัดชิกะนี่เอง … ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักจังหวัดนี้กันให้มากขึ้นดีกว่า

มนต์เสน่ห์ริมทะเลสาบ

ชิกะ (滋賀 / Shiga) หรือบางทีก็เรียกว่า “ชิงะ” นี้เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคคันไซที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนัก หากแต่คนส่วนใหญ่อาจรู้จักกับทะเลสาบบิวะอันเลื่องชื่อก่อนที่จะรู้จักจังหวัดชิกะเสียอีก แท้ที่จริงแล้วทะเลสาบอันโด่งดังนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลาง จ.ชิกะ นั่นเอง อีกมิตินั้น จ.ชิกะ ยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมายเพราะในอดีตพื้นที่บริเวณแถบคันไซนี้ก็คือศูนย์กลางการปกครองประเทศดั้งเดิมที่สืบต่อกันในยุคโบราณมาช้านาน โดยเฉพาะในสมัยยุคเฮอัน (Heian period; ค.ศ.794-1185) ที่มีเกียวโตเป็นศูนย์กลางสำคัญ

ด้วยความที่ชิกะ (หรือในยุคก่อนก็คือเมืองโอมิ) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเกียวโตมาก ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่แถบทะเลสาบบิวะนั้นก็ทำให้พื้นที่นี้เป็นเมืองการค้าที่คึกคักและมั่งคั่งทีเดียว นอกจากนี้เมืองนี้ยังเป็นเสมือนเมืองหน้าด่านตลอดจนเป็นชุมทางสำคัญของสองเส้นทางเชื่อมการเดินทางระหว่างเกียวโตกับเอโดะ (โตเกียว) ก่อนเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเกียวโต ทำให้บริเวณนี้เป็นเสมือนจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในด้านการค้าและการปกครองเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าชิกะ (ในยุคปัจจุบัน) จะเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของญี่ปุ่นที่ไม่มีพื้นที่ด้านไหนติดทะเลเลย ทว่าดินแดนแห่งนี้ก็กลับมีสมบัติทรงคุณค่าชิ้นใหญ่ครอบครองไว้แทนนั่นก็คือ ทะเลสาบบิวะ (琵琶湖 / Lake Biwa) อันเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัด ความกว้างใหญ่ของทะเลสาบแห่งนี้กินพื้นที่ถึง 37% ของดินแดนทั้งหมดหรือคิดเป็นอัตราส่วน 1 ใน 6 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดชิกะเลยทีเดียว นอกจากทะเลสาบบิวะจะถือว่าเป็นแหล่งทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นแล้วทะเลสาบแห่งนี้ยังนับว่าเป็นทะเลสาบโบราณที่มีอายุยาวนานมากกว่า 4 ล้านปีเลยทีเดียว และถูกจัดอันดับให้เป็นทะเลสาบดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่เป็นอับดับที่ 13 ของโลกอีกด้วย พื้นที่บริเวณนี้จึงไม่เพียงเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของท้องถิ่นเท่านั้นแต่ยังเป็นแหล่งนิเวศวิทยาอันทรงคุณค่าของโลกด้วยเช่นกัน

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ใจกลางและมีภูเขาสูงโอบล้อมทำให้ชิกะเป็นหนึ่งนาจังหวัดที่มีภูมิทัศน์สวยงามมากมายหลายแหล่งให้ท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้แหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ก็ก่อให้เกิดการตั้งถิ่นฐานและกำเนิดชุมชนมากมายมาแต่ครั้งอดีตทำให้รอบบริเวณแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ตลอดจนแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่มากมายที่ปัจจุบันก็กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชิกะด้วยเช่นกัน เราเลยอยากลองชวนทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ของเมืองริมทะเลสาบนี้ที่จะทำให้คุณหลงรักชิกะมากยิ่งขึ้น

5 แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในจังหวัดชิกะ

1.ศาลเจ้าชิระฮิเงะ (白鬚神社 / Shirahige Shrine)

Credit: ANA

ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบบิวะ เป็นศาลเจ้าแห่งโอมิ (ชื่อดั้งเดิมในอดีตของ จ.ชิกะ) ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 1,900 ปีก่อนและนับเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของชิกะอีกด้วย ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างอุทิศให้แด่ “ซารุทาฮิโกะ โอคามิ (猿田毘古大神, 猿田彦大神 / Sarutahiko Okami)” ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งศาสนาชินโต แล้วชื่อของศาลเจ้านั้นมีความหมายว่า “เคราขาว” ที่สื่อถึงเทพเจ้าผู้เฒ่าทรงศีลที่ตรงกับภาพวาดเทพเจ้าซารุทาฮิโกะ โอคามิที่รู้จักกันดีในฐานะ “เทพเจ้าแห่งอายุวัฒนะ” จึงเป็นที่นิยมในการขอพรเพิ่มพลังชีวิตนั่นเอง

ถ้าที่ฮิโรชิม่ามีประตูโทริอิกลางน้ำแห่งศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) อันโด่งดังแล้วล่ะก็ ที่ชิกะก็มีประตูโทริอิกลางทะเลสาบบิวะแห่งศาลเจ้าชิระฮิเงะที่งดงามและมีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ซึ่งประตูโทริอิบนผืนน้ำนี้ถือเป็นไฮไลท์เด่นเลื่องชื่อของที่นี่เลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าประตูโทริอิเก่าแก่ดั้งเดิมนั้นเริ่มสร้างขึ้นเมื่อใดกันแน่แต่ก็มีหลักฐานเก่าแก่ที่เป็นภาพของประตูโทริอิแห่งนี้ปรากฎอยู่บนภาพวาดของฉากกั้นห้องโบราณที่วาดถึง “สถานที่ที่มีชื่อเสียงในโอมิ” ไว้ตั้งแต่ครั้งสมัยมุโรมาจิ (Muromachi period; ค.ศ.1336-1573) โน่นเลยทีเดียว สำหรับประตูโทริอิต้นปัจจุบันนั้นเป็นประตูล่าสุดที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1981 ทดแทนประตูเก่าที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลานั่นเอง

ที่อยู่: 215 Ukawa, Takashima, Shiga, Japan

เว็บไซต์: http://shirahigejinja.com/

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/VjVV1s4DvdFMazpKA

2.ปราสาทฮิโกเนะ (彦根城 / Hikone Castle)

ถึงแม้ปราสาทฮิโกเนะจะไม่ได้ใหญ่โตอลังการหรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแถวหน้ามากนักทว่าโบราณสถานแห่งนี้กลับเป็นปราสาทที่ทรงคุณค่าอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นโดยตระกูลฮิโกเนะในปี ค.ศ.1603 ช่วงต้นยุคเอโดะ (Edo period; ค.ศ.1603–1868) จากนั้นใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปีจึงแล้วเสร็จ ตัวปราสาทนั้นเป็นอาคาร 3 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของทะเลสาบบิวะ ผสมผสานเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันจนทำให้มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

อย่างที่รู้กันดีว่าเดิมทีญี่ปุ่นนั้นมีปราสาทกระจัดกระจายอยู่มากมายทั่วประเทศแต่มีปราสาทดั้งเดิมจริงๆ เพียงไม่กี่หลังเท่านั้นที่หลงเหลือตลอดจนรอดพ้นการทำลายและยืนหยัดได้มาจนถึงยุคปัจจุบัน ทำให้ปราสาทหลังนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ (National Historic Site) ในปี ค.ศ.1951 ตลอดจนเป็น 1 ใน 12 ปราสาทเท่านั้นที่ยังคงหลงเหลือและอนุรักษ์ “เท็นชู (天守 / Tenshu)” หรือหอประทาน (อาคารหลัก) หลังดั้งเดิมในอดีตไว้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นปราสาทฮิโกเนะนี้ยังถือเป็นเพียง 1 ใน 5 ปราสาทหลังสำคัญสูงสุดของญี่ปุ่นอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกแห่งชาติ (National Treasures) ร่วมกับปราสาทฮิเมจิ (姫路城 / Himeji Castle) จ.เฮียวโกะ, ปราสาทมัตสึโมโตะ (松本城 / Matsumoto Castle) จ.นากาโน่, ปราสาทอินุยามะ (犬山城 / Inuyama Castle) จ.ไอจิ และ ปราสาทมัตซึเอะ (松江城 / Matsue Castle) จ.ชิมาเนะ

ที่อยู่: 1-1 Konkicho, Hikone, Shiga, Japan

เว็บไซต์: https://hikonecastle.com/

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/dAN5xjWMJcmgRo4eA

3.โอมิฮะจิมัง (近江八幡市 / Omihachiman)

เสน่ห์เมืองเก่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเยือนญี่ปุ่นแล้วในญี่ปุ่นเองก็มีเมืองเก่าที่ถูกอนุรักษ์บรรยากาศดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดีอยู่มากมายรวมถึงเมืองเก่าแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลสาบบิวะด้วย เมืองโอมิฮะจิมังนั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนานส่วนหนึ่งนั้นอาจเป็นเพราะพื้นที่อยู่ในบริเวณอาณาเขตชุมทาง “คุซัทซึ-จูกู (草津宿 / Kusatsu-juku)” อันเป็นหมุดหมายของจุดแวะพักที่ 52 (จากทั้งหมด 53 จุด) บนเส้นทางโทไกโด (東海道 / Tokaido) และจุดแวะพักที่ 68 (จากทั้งหมด 69 จุด) บนเส้นทางนากะเซ็นโด (中山道 / Nakasendo) ซึ่งเป็นจุดบรรจบของสองเส้นทางสัญจรสำคัญในอดีตที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเกียวโต (เมืองหลวงเก่าง) และโตเกียว (เมืองหลวงใหม่) ก่อนจะเข้าสู่เมืองเกียวโตนั่นเอง ตลอดจนเปรียบเสมือนเมืองหน้าด่านอันสำคัญ ทั้งยังเป็นเมืองท่าขนาดเล็กและเป็นย่านการค้าที่คึกคักทีเดียว

เมืองโอมิฮะจิมังเป็นเมืองแห่งการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้วโดยจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองนี้เริ่มขึ้นเมื่อไดเมียวโทโยโตมิ ฮิเดซูกุ (豊臣 秀次 / Toyotomi Hidetsugu) ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของไดเมียวเลื่องชื่ออย่างโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (豊臣 秀吉 / Toyotomi Hideyoshi) ได้ก่อสร้างปราสาทฮะจิมังยามะ (八幡山城 / Hachimanyama Castle) ตามคำบัญชาของบิดาขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1585 ตรงกับช่วงปลายสมัยอซูชิ-โมยามะ (Azuchi–Momoyama period; ค.ศ.1568-1600) ประกอบกับการล่มสลายของปราสาทอันยิ่งใหญ่อย่างปราสาทอะซูชิ (安土城 / Azuchi Castel) ที่อยู่ไม่ไกลนักทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของผู้คนตลอดจนช่างฝีมือทั้งหลายมาอยู่ที่เมืองนี้แทน เมืองโอมิฮะจิมังจึงเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นย่านการค้าสำคัญหนึ่งในยุคอดีตเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าภายหลังปราสาทฮะจิมังยามะจะถูกสั่งให้รื้อถอนทำลายลงจนหลงเหลือแค่ซากฐานรากปราสาททว่าอาคารบ้านเรือนของเมืองเก่าในอดีตยังคงอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิมเป็นอย่างดีและดำเนินวิถีของเมืองนี้มาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับใครที่อยากสัมผัสเมืองเก่ากลิ่นอายอดีตบนเส้นทางสัญจรโบราณเส้นสำคัญก็ลองแวะมาเยือนที่เมืองนี้ได้ นอกจากจะเดินเท้าชมเมืองตามย่านการค้าเก่าแก่แล้วอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดในการชมเมืองนี้อย่างถึงแก่นก็คือการล่องเรืองไปตามลำคลองที่จะลัดเลาะผ่านบรรยากาศบ้านเมืองโบราณเรียงรายตลอดสองข้างทางซึ่งคลองนี้ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังทะเลสาบบิวะได้อีกด้วย แล้วคลองในเมืองโอมิฮะจิมังนี้ก็คือเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดสำคัญในอดีตของเส้นทางการค้าทางน้ำที่รุ่งเรืองและเป็นรากฐานของเมืองนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนสายเลิฟคาเฟ่รักการถ่ายรูปต้องห้ามพลาดเช็คอินร้านเก๋สุดชิคอย่าง La Collina แห่งนี้ ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็น Flagship Store ของบริษัท Taneya อันเป็นบริษัทขนมหวานแห่งเมือง Omihachiman ที่โด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น ดูภายนอกแทบไม่น่าเชื่อว่าสถาปัตยกรรมสีเขียวงดงามอลังการนี้จะคือคาเฟ่เก๋ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย เริ่มตั้งแต่อาคารหลังคาทรงจั่วขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยความเขียวขจีซึ่งจุดไฮไลท์ยอดนิยมนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย Terunobu Fujimori สถาปนิกและนักประวัติศาสตร์ด้านสถาปัตยกรรมชื่อดังของญี่ปุ่นนั่นเอง

ภายในคาเฟ่ยังตกแต่งสไตล์เรโทรสุดเก๋ผสมผสานกลิ่นอายคาเฟ่มินิมอลแบบตะวันตก ส่วนเมนูเด็ดห้ามพลาดก็คือขนม バウムクーヘン หรือที่เรียกว่า “บามคูเฮน (Baumkuchen)” ซึ่งดั้งเดิมเป็นขนมสัญชาติเยอรมันที่มีลักษณะเป็นแผ่นเค้กซ้อนกันหลายเลเยอร์แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นนำมาประยุกต์เป็นขนมหลากหลายสูตรที่กลายเป็นขนมยอดฮิตของญี่ปุ่นไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีความอร่อยอีกพร้อมเสิร์ฟอีกมากมายเคล้ากับวิวสวยหลากหลายมุมที่จะทำให้เราสนุกเพลิดเพลินได้ทั้งวันอย่างไม่มีเบื่อ

ที่อยู่: Omihachiman, Shiga, Japan

เว็บไซต์: https://www.omi8.com/

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/GSxJTgWUhw1Efdvu9

La Collina

ที่อยู่: 615-1 Kitanosho, Omihachiman, Shiga, Japan

เว็บไซต์: https://taneya.jp/la_collina/

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/TooYXydrkGMAEkSw9

4.Biwako Terrace  

Credit: Biwako Valley

ด้านทิศตะวันตกของทะเลสาบบิวะนั้นมีหนึ่งปราการทางธรรมชาติอันเป็นภูมิศาสตร์สำคัญที่คั่นกลางกันเขตระหว่างจังหวัดเกียวโตกับจังหวัดชิกะซึ่งปราการมหึมานี้ก็คือเทือกเขาฮิระ (比良山地 / Hira Mountains) นั่นเอง ใครที่มาเยือนทะเลสาบบิวะนอกจากจะท่องเที่ยวบนพื้นราบและท่องผืนน้ำอันกว้างใหญ่แล้วอีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดก็คือการขึ้นไปชมวิวมุมสูงของทะเลสาบที่คุณจะเห็นความงดงามสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว

Credit: Biwako Valley

จุดชมวิวยอดฮิตที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวของญี่ปุ่นที่สวยที่สุดก็คือ Biwako Terrace นี่เอง จุดชมวิวแห่งนี้เป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดังภายใต้อาณาจักร Biwako Valley อันเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหรูมีระดับและเต็มไปด้วยกิจกรรมเอาท์ดอร์สนุกๆ อีกมากมาย สำหรับจุดชมวิว Biwako Terrace นั้นมี 2 จุด คือ The Main / The Biwako Terrace จุดชมวิวหลักซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาอุจิมิ (Mt.Uchimi) ที่ระดับความสูง 1,103 เมตร ด้านบนมีร้านอาหาร คาเฟ่ และระเบียงกลางแจ้งชมวิวที่สามารถเห็นความงดงามของทะเลสาบบิวะได้แบบสุดลูกหูลูตา ส่วนจุดชมวิวอีกจุดนั้นก็คือ Café 360 / The Biwako Terrace ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาโฮไร (Mt.Horai) ที่ระดับความสูง 1,174 เมตร ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นซุ้มกาแฟเล็กๆ น่ารักพร้อมที่นั่งเอขนกชมวิวท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสบาย

ที่อยู่: 1547-1 Kido, Otsu, Shiga, Japan

เว็บไซต์: https://www.biwako-valley.com/tips/biwako_terrace_en/index.html

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/nyrHFce1xhcd1PQm9

5.พิพิธภัณฑ์มิโฮะ (ミホ ミュージアム / MIHO MUSEUM)

Credit: MIHO MUSEUM

นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแล้วอีกแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่แต่ละจังหวัดพยายามสร้างสรรค์จุดเด่นเพื่อเป็นไฮไลท์ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนก็คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะนั่นเอง สำหรับจังหวัดชิกะนั้นก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลป์ที่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดระดับเพชรเม็ดงามของท้องถิ่นอยู่เช่นกันซึ่งแหล่งที่ว่านี้ก็คือพิพิธภัณฑ์มิโฮะอันเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยทรงคุณค่าระดับโลกนี่เอง

พิพิธภัณฑ์มิโฮะ (ミホ ミュージアム / MIHO MUSEUM) เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1997 ก่อตั้งโดยมิโฮโกะ โคยามะ (小山美秀子 / Mihoko Koyama) เพื่อจัดแสดงศิลปะวัตถุตลอดจนโบราณวัตถุอันเป็นของสะสมทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมายจากทั่วโลกกว่า 3,000 ชิ้น (มีทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน) รวมถึงโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าของญี่ปุ่นทั้งในด้านศาสนาและวัฒนธรรมด้วย นอกจากนี้ยังมีการนำโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าเหล่านี้ตระเวนเดินทางไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย

Credit: MIHO MUSEUM

นอกจากที่นี่จะสร้างความตื่นตะลึงตั้งแต่แรกเริ่มเส้นทางเข้าสู่ด้านในพิพิธภัณฑ์แล้วอีกจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์คือตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมล้ำสมัยทว่าได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านเรือนญี่ปุ่นโบราณ อัตลักษณ์เด่นของตัวอาคารอยู่ที่หลังคากระจกใสเผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กอันเป็นโครงอาคารภายในโดยดีไซน์นี้ได้แรงบันดาลใจตลอดจนใช้วัสดุเดียวกันกับ Louvre Pyramid พิรามิดแก้วใสที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์อันโด่งดังนั่นเอง แน่นอนว่านี่ไม่ใช้การก็อปปี้งานทว่าเป็นผลงานที่ออกแบบโดยสถาปนิกคนเดียวกันอย่าง ไอ.เอ็ม.เพ (I.M.Pei) หรือ เป้ย ลวี่ หมิง (Leoh Ming Pei) สถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายจีนผู้เลื่องชื่อและอยู่เบื้องหลังผลงานดังมากมายรวมถึงพิพิธภัณฑ์มิโฮะแห่งนี้ด้วย

ที่อยู่: 300 Momodani, Tashiro Shigaraki Koka, Shiga, Japan

เว็บไซต์: https://www.miho.jp/en/

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/XJYZQfVoe1rgm51x6

+++++++

อ้างอิง

https://www.jnto.or.th/spring2020/shiga.html

https://kiji.life/travel/japan/kansai/shiga

https://www.ana.co.jp/en/jp/japan-travel-planner/shiga/0000001.html

https://www.jnto.or.th/attractions/highlight-of-japan-all-area/kansai-kinki/temple-shrine-castle

https://www.omi8.com

https://www.biwako-valley.com/tips/biwako_terrace_en/index.html  https://www.miho.jp/en/

Total
0
Shares