มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ต้องมาชมสถาปัตยกรรมสไตล์ญี่ปุ่นที่แสนยิ่งใหญ่กันหน่อย วันนี้เราอยากแนะนำที่เที่ยวคันไซสำหรับสายประวัติศาสตร์ สายชมตึกรามบ้านช่อง ด้วย 3 ปราสาทญี่ปุ่นที่สวยสง่าที่สุดในคันไซ จะมีที่ไหนบ้าง มาแวะจดลงแผนเที่ยวกันได้เลย
1. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle / 大阪城)
ถ้าได้มาโอซาก้าแล้วไม่ได้เช็คอินที่ “ปราสาทโอซาก้า” (Osaka Castle) ก็เหมือนมาไม่ถึง ปราสาทแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่งดงาม แต่ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
ปราสาทโอซาก้าถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1583 โดย โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ผู้นำคนสำคัญในยุคเซ็นโกคุ หรือที่ชาวโลกรู้จักกันในชื่อว่า “นโปเลียนแห่งญี่ปุ่น” จุดมุ่งหมายของการสร้างปราสาทนี้คือเพื่อแสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูลโทโยโตมิ และเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองในยุคนั้น กำแพงหินของปราสาทโอซาก้าถือเป็นหนึ่งในกำแพงที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยใช้หินขนาดยักษ์ที่ถูกขนส่งจากจังหวัดใกล้เคียง การสร้างกำแพงในยุคนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งแรงคนและความชำนาญทางวิศวกรรม
ในช่วงแรก ปราสาทโอซาก้าถือว่าเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีกำแพงหินขนาดมหึมา คูน้ำลึก และหอคอยสูงที่มองเห็นได้จากระยะไกล หลังจากผ่านศึกและโดนเผาไปหลายครั้ง ปราสาทโอซาก้าก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1931 อย่างสวยงามตามที่เราได้เห็นกัน
รอบปราสาทโอซาก้านั้นเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ผู้คนนิยมมาเดินเล่นและวิ่งออกกำลังกายกัน และยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโทโยคุนิ (Toyokuni Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่คนนิยมมาไหว้ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน นอกจากนี้ในบริเวณปราสาทยังมีต้นซากุระกว่า 600 ต้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยมในโอซาก้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงก็เต็มไปด้วยสีสันของใบแปะก๊วย ทำให้เป็นที่เที่ยวโอซาก้าที่สามารถมาได้ในทุกฤดูกาลเลย
การเดินทาง: สามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chuo หรือ Tanimachi มาลงสถานี Osakajokoen ได้เลย
2. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle / 姫路城)
เมื่อพูดถึงปราสาทที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ก็ต้องเป็น “ปราสาทฮิเมจิ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทนกกระสาขาว” (White Heron Castle) ที่ครองใจนักท่องเที่ยวและคนรักประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตำนาน แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย (UNESCO World Heritage Site)
ปราสาทฮิเมจิถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1333 ในช่วงเวลานั้นยังเป็นป้อมปราการเล็ก ๆ ก่อนจะถูกปรับปรุงครั้งใหญ่เพิ่มเติมในปี ค.ศ.1603 และหลังจากนั้นก็ได้รับการบูรณะจนกลายมาเป็นปราสาทที่สวยงามอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ปราสาทฮิเมจิได้กลายเป็นศูนย์กลางของอำนาจในภูมิภาคคันไซ และยังคงรักษาสภาพเดิมมาตลอดหลายร้อยปี แม้จะผ่านสงครามและภัยธรรมชาติมามากมาย
ลักษณะเด่นที่ทำให้ปราสาทฮิเมจิโดดเด่นกว่าปราสาทอื่น ๆ คือ สีขาวบริสุทธิ์ของตัวปราสาท ซึ่งหลายคนก็บอกว่าเหมือนปีกของนกกระสาที่กำลังโผบิน สีขาวนี้มาจากการเคลือบด้วยปูนขาวที่ช่วยป้องกันไฟและรักษาโครงสร้าง ปราสาทฮิเมจิไม่ได้มีเพียงความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการออกแบบเชิงป้องกันที่ดีที่สุดในยุคเอโดะ ทางเดินในปราสาทถูกออกแบบให้ซับซ้อนเพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรู และมีกำแพงหินสูงที่แข็งแรงซึ่งช่วยป้องกันการโจมตี หอคอยหลักของปราสาทฮิเมจิมีความสูง 5 ชั้น แต่ภายในแบ่งเป็น 6 ชั้น โดยชั้นบนสุดของหอคอยมีทิวทัศน์ที่งดงาม สามารถมองเห็นเมืองฮิเมจิและพื้นที่รอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระกว่า 1,000 ต้นรอบปราสาทจะบานพร้อมกัน ทำให้เป็นจุดชมซากุระที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์
การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจากสถานีโอซาก้า
หรือสามารถนั่งรถไฟสาย JR Sanyo Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที มาลงที่สถานี Himeji
รูปภาพ: https://hikonecastle.com/about.html
3. ปราสาทฮิโคเนะ (Hikone Castle / 彦根城)
ย้ายมาที่จังหวัดชิงะกันบ้าง ที่นี่มีปราสาทอีกแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความงดงามที่เราไม่อยากให้มองข้าม นั่นคือ “ปราสาทฮิโคเนะ” (Hikone Castle) ปราสาทแห่งนี้เป็นหนึ่งในห้าปราสาทที่ยังคงอยู่ในสภาพดั้งเดิม ไม่ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ ทำให้เป็นสถานที่ที่สามารถสัมผัสบรรยากาศและวัฒนธรรมของยุคเอโดะได้อย่างเต็มที่
ปราสาทฮิโคเนะเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1604 โดย อิอิ นาโอทากะ (Ii Naotaka) ตระกูลอิอิเป็นตระกูลซามูไรที่มีบทบาทสำคัญในยุคเอโดะ การสร้างปราสาทนี้ใช้เวลาถึง 20 ปี และมีการนำวัสดุบางส่วนมาจากปราสาทโอซาก้าและปราสาทโอดะนิ (Odani Castle) ทำให้ปราสาทฮิโคเนะมีความเป็นเอกลักษณ์และสวยงาม อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือความแข็งแรงของปราสาทฮิโคเนะ เพราะปราสาทสามารถคงสภาพเดิมไว้ได้กว่า 400 ปีโดยไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ภัยพิบัติหรือสงครามเลย
ไฮไลต์ของปราสาทฮิโคเนะคือเมื่อเราขึ้นไปถึงจุดชมวิวบนหอคอยหลัก จะสามารถมองเห็น ทะเลสาบบิวะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น นับเป็นจุดชมวิวที่เมื่อมาถึงแล้วพลาดไม่ได้ แถมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปราสาทฮิโคเนะจะถูกล้อมรอบด้วยดอกซากุระที่บานสะพรั่ง มีต้นซากุระกว่า 1,200 ต้น ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่คนหนาแน่นเสมอ
นอกจากความสวยงามอลังการของปราสาทแล้ว ยังมี “Hikonyan” เป็นมาสคอตประจำเมืองฮิโคเนะ ที่เป็นแมวสวมหมวกซามูไร มีเขา คล้ายกับหมวกของอิอิ นาโอทากะ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถพบเจอเจ้าแมวได้ตามจุดต่าง ๆ ในปราสาท และยังมีการแสดงโชว์เป็นครั้งคราว
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Biwako Line จากสถานีโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 70 นาที มาลงสถานี Hikone Station
รู้จักสุดยอดปราสาทงามแห่งคันไซกันไปแล้ว มีที่ไหนถูกใจบ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นคนรักประวัติศาสตร์ ชื่นชอบสถาปัตยกรรมโบราณ หรือเพียงแค่มองหาสถานที่ที่เงียบสงบและงดงาม ปราสาทเหล่านี้จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
อ้างอิง: